อัชชะมาอิลฯ

เมื่อท่านนบีจะเข้าสู่การละหมาด ท่านกล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร ซุลมะละกูติ วัลญะบะรูต วัลกิบริยาอิ วัลอะเซาะมะฮฺ"

#274 เศาะฮีหฺ
حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ الْمُثَنَّى قَالَ ‏:‏ حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ جَعْفَرٍ قَالَ ‏:‏ حَدَّثَنَا شُعْبَةُ عَنْ عَمْرِو بْنِ مُرَّةَ عَنْ أَبِي حَمْزَةَ رَجُلٍ مِنَ الأَنْصَارِ عَنْ رَجُلٍ مِنْ بَنِي عَبْسٍ عَنْ حُذَيْفَةَ بْنِ الْيَمَانِ : أَنَّهُ صَلَّى مَعَ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مِنَ اللَّيْلِ، قَالَ ‏:‏ فَلَمَّا دَخَلَ فِي الصَّلاةِ قَالَ‏ {‏ اللَّهُ أَكْبَرُ ذُو الْمَلَكُوتِ وَالْجَبَرُوتِ وَالْكِبْرِيَاءِ وَالْعَظَمَةِ } قَالَ ‏:‏ ثُمَّ قَرَأَ الْبَقَرَةَ، ثُمَّ رَكَعَ رُكُوعَهُ نَحْوًا مِنْ قِيَامِهِ، وَكَانَ يَقُولُ‏ { سُبْحَانَ رَبِّيَ الْعَظِيمِ، سُبْحَانَ رَبِّيَ الْعَظِيمِ } ثُمَّ رَفَعَ رَأْسَهُ، فَكَانَ قِيَامُهُ نَحْوًا مِنْ رُكُوعِهِ، وَكَانَ يَقُولُ‏ { لِرَبِّيَ الْحَمْدُ، لِرَبِّيَ الْحَمْدُ } ثُمَّ سَجَدَ، فَكَانَ سُجُودُهُ نَحْوًا مِنْ قِيَامِهِ، وَكَانَ يَقُولُ‏ { سُبْحَانَ رَبِّيَ الأَعْلَى، سُبْحَانَ رَبِّيَ الأَعْلَى } ثُمَّ رَفَعَ رَأْسَهُ، فَكَانَ مَا بَيْنَ السَّجْدَتَيْنِ نَحْوًا مِنَ السُّجُودِ، وَكَانَ يَقُولُ‏ {‏ رَبِّ اغْفِرْ لِي، رَبِّ اغْفِرْ لِي } حَتَّى قَرَأَ الْبَقَرَةَ وَآلَ عِمْرَانَ وَالنِّسَاءَ وَالْمَائِدَةَ أَوِ الأَنْعَامَ - شُعْبَةُ الَّذِي شَكَّ فِي الْمَائِدَةِ - وَالأَنْعَامِ‏

มุฮัมหมัด บินอัลมุษันนา ได้รายงานแก่พวกเราโดยกล่าวว่า มุฮัมหมัด บินญะอฺฟัร ได้รายงานแก่พวกเราโดยกล่าวว่า ชุอฺบะฮฺได้รายงานแก่พวกเรา จากอัมรู บินมุรเราะฮฺ จากอบูฮัมซะฮฺ ซึ่งเป็นคนหนึ่งจากชาวอันศอร จากชายคนหนึ่งในตระกูลอับสฺ จากท่านหุซัยฟะฮฺ บินอัลยะมาน ว่า : แท้จริงท่านเคยละหมาดกับท่านนบี ศ็อลลัลอลฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ในช่วงกลางคืน ท่านหุซัยฟะฮฺกล่าวว่า : เมื่อท่านนบีจะเข้าสู่การละหมาด ท่านกล่าวว่า “อัลลอฮุอักบัร ซุลมะละกูติ วัลญะบะรูต วัลกิบริยาอิ วัลอะเซาะมะฮฺ (อัลลอฮฺคือผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด ทรงมีอำนาจปกครอง ทรงเดชานุภาพ ทรงยิ่งยง และทรงสูงส่ง)” ท่านหุซัยฟะฮฺกล่าวต่อว่า : จากนั้นท่านก็อ่านสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ แล้วท่านก็รุกูอฺโดยใช้เวลาในการรุกูอฺใกล้เคียงกับเวลาที่ท่านยืน และท่านกล่าวว่า “สุบหานะ ร็อบบิยัล อะซีม, สุบหานะ ร็อบบิยัล อะซีม” (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระผู้อภิบาลของบ่าว ผู้ทรงยิ่งใหญ่) แล้วท่านก็ยกศีรษะขึ้น (ยืนตรง) โดยการยืนของท่านใช้เวลาใกล้เคียงกับการรุกูอฺ และท่านกล่าวว่า “ลิร็อบบิยัล หัมดฺ, ลิร็อบบิยัล หัมดฺ” (มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของพระผู้อภิบาลของบ่าว มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของพระผู้อภิบาลของบ่าว) จากนั้นท่านก็สุญูดโดยการสุญูดของท่านใช้เวลาใกล้เคียงกับการยืน และท่านกล่าวว่า “สุบหานะ ร็อบบิยัล อะอฺลา, สุบหานะ ร็อบบิยัล อะอฺลา” (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระผู้อภิบาลของบ่าว ผู้ทรงสูงส่งยิ่ง) แล้วท่านก็ยกศีรษะขึ้น (มานั่ง) โดยการนั่งระหว่างสุญูดทั้งสองใช้เวลาใกล้เคียงกับการสุญูด และท่านกล่าวว่า “ร็อบบิฆฟิรลี, ร็อบบิฆฟิรลี” (โอ้พระผู้อภิบาลของบ่าว โปรดอภัยแก่บ่าวด้วยเถิด, โอ้พระผู้อภิบาลของบ่าว โปรดอภัยแก่บ่าวด้วยเถิด) กระทั่งท่านได้ (ลุกขึ้นยืนในร็อกอะฮฺที่ 2 และ) อ่านสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ, อาลิอิมรอน, อันนิซาอ์ และอัลมาอิดะฮฺหรือ/และอัลอันอาม (ชุอฺบะฮฺคือผู้ที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับสูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ)