สุฟยาน บินวะกีอฺ ได้รายงานแก่พวกเราโดยกล่าวว่า ญุมัยอฺ บินอุมัร บินอับดุรเราะหฺมาน อัลอิจลีย์ ได้รายงานแก่พวกเราโดยกล่าวว่า ชายคนหนึ่งจากตระกูลตะมีม ซึ่งเป็นลูกหลานของอบูฮาละฮฺ (อดีตสามีของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ) ซึ่งมีชื่อเล่นว่า อบูอับดุลลอฮฺ ได้แจ้งข่าวแก่พวกเรา จากลูกชายของอบูฮาละฮฺ จากท่านอัลหะสัน บินอลี กล่าวว่า : ฉันเคยถามลุงของฉันชื่อ ฮินดฺ บินอบูฮาละฮฺ ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในการอธิบายลักษณะของคน เกี่ยวกับคุณลักษณะของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และฉันต้องการให้ท่านาอธิบายบางอย่างเกี่ยวกับท่านเราะสูลแก่ฉัน ซึ่งท่านก็ได้กล่าวว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เป็นบุคคลที่มีเกียรติและได้รับการให้เกียรติ ใบหน้าของท่านเปล่งประกายเหมือนดวงจันทร์ที่เปล่งประกายในคืนวันเพ็ญ…”
ท่านอัลหะสันได้กล่าวว่า : ฉันปกปิดเรื่องนี้จากอัลหุสัยนฺในช่วงระยะหนึ่ง ต่อมาฉันก็ได้รายงานให้แก่เขา แต่ฉันพบว่าเขารู้เรื่องนี้ก่อนหน้าฉันแล้ว โดยที่เขาได้สอบถามถึงสิ่งที่ฉันได้สอบถามมา และฉันรู้ว่าเขาได้สอบถามคุณพ่อ (คือท่านอลี บินอบีฏอลิบ) เกี่ยวกับการเข้าออกบ้าน และรูปลักษณ์ของท่านเราะสุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม โดยที่เขาไม่ได้ละเว้นสิ่งใดเลย อัลหุสัยนฺกล่าวว่า : ฉันได้ถามคุณพ่อเกี่ยวกับการเข้าบ้านของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม แล้วท่านได้กล่าวว่า “เมื่อท่านเข้าบ้าน ท่านจะแบ่งเวลาเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับอัลลอฮฺ อีกส่วนหนึ่งสำหรับครอบครัว และอีกส่วนหนึ่งสำหรับตัวท่านเอง จากนั้นท่านก็แบ่งเวลาส่วนของท่านระหว่างตัวท่านเองกับผู้คน โดยท่านจะให้คนใกล้ชิดนำความรู้ไปเผยแพร่แก่ผู้คนทั่วไป และท่านไม่ปิดบังสิ่งใดจากพวกเขา และเรื่องราวของท่านในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชาตินั้น คือท่านให้ความสำคัญกับผู้ที่มีความประเสริฐด้วยการอนุญาตของท่าน และท่านจัดสรรเวลาให้ตามระดับความประเสริฐในศาสนาของพวกเขา ในหมู่พวกเขามีทั้งผู้ที่มีความต้องการ 1 อย่าง 2 อย่าง และหลายอย่าง ท่านจะดูแลพวกเขาและให้พวกเขาทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาเองและประชาชาติทั้งหมด จากการถามพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ และแจ้งให้พวกเขาทราบถึงสิ่งที่ควรปฏิบัติ แท้จริงแล้วใครก็ตามที่นำความต้องการของผู้ที่ไม่สามารถนำเสนอความต้องการของตนเองแก่ผู้ปกครอง อัลลอฮฺจะทรงให้เท้าทั้งสองของเขามั่นคงในวันกิยามะฮฺ ไม่มีเรื่องใดจะถูกกล่าวถึงต่อหน้าท่านนอกจากเรื่องนั้น และท่านจะไม่รับจากผู้ใดนอกจากเรื่องดังกล่าว”
และอัลหะสันยังกล่าวว่า : ฉันได้ถามคุณพ่อเกี่ยวกับการออกจากบ้านของท่านนบีด้วยว่าท่านปฏิบัติอย่างไร? ซึ่งท่านตอบว่า “ท่านเราะสุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม จะระมัดระวังคำพูดของท่าน ท่านพูดเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์ ท่านผสานผู้คนเข้าด้วยกัน และไม่ทำให้พวกเขาแตกแยก ท่านให้เกียรติผู้นำของแต่ละกลุ่มชน และมอบหมายการดูแลกลุ่มของพวกเขาให้แก่พวกเขา ท่านเตือนผู้คนและระวังตัวจากพวกเขา โดยไม่ละทิ้งความยิ้มแย้มและมารยาทที่ดีต่อคนใดคนหนึ่งในหมุ่พวกเขา ท่านคอยดูแลเอาใจใส่บรรดาเศาะหาบะฮฺของท่าน และสอบถามผู้คนเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ ท่านส่งเสริมความดีงามและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่มัน และต่อต้านความชั่วร้ายและทำให้มันอ่อนกำลังลง ท่านมีความพอดีในกิจการงานต่าง ๆ โดยไม่มีความขัดแย้งในตัวท่าน ท่านไม่ละเลยเพราะเกรงว่าผู้คนจะหลงลืมหรือเอนเอียง ท่านมีการเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ ท่านไม่บกพร่องต่อความถูกต้องและไม่ล้ำเส้นมัน บรรดาผู้ที่อยู่ใกล้ชิดท่านคือคนดีที่สุดในหมู่พวกเขา ผู้ที่ประเสริฐที่สุดในสายตาท่านคือผู้ที่ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์มากที่สุด และผู้ที่มีตำแหน่งสูงส่งที่สุดในสายตาท่านคือผู้ที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือและสนับสนุน”
และอัลหุสัยนฺกล่าวต่ออีกว่า : ฉันได้ถามคุณพ่อเกี่ยวกับที่ชุมนุมของท่านเราะสูล ซึ่งท่านก็ตอบว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมจะไม่ลุกขึ้นและไม่นั่งลงนอกจากด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ และเมื่อท่านมาถึงผู้คน ท่านจะนั่งตรงที่ว่างที่สุดท้ายของที่ชุมนุม และท่านสั่งให้ปฏิบัติเช่นนั้น ท่านให้ความสำคัญกับผู้ร่วมชุมนุมทุกคนอย่างเท่าเทียม กระทั่งผู้ที่นั่งกับท่านไม่รู้สึกว่ามีใครที่ได้รับเกียรติจากท่านมากกว่าเขา ใครที่นั่งกับท่านหรือปรึกษาธุระบางอย่าง ท่านจะอดทนรับฟังจนกระทั่งเขาเป็นฝ่ายลุกจากไปเอง และใครที่ขอความช่วยเหลือจากท่าน ท่านจะไม่ปฏิเสธนอกจากจะให้ในสิ่งที่ขอหรือตอบด้วยคำพูดที่อ่อนโยน ความเอื้อเฟื้อและมารยาทของท่านครอบคลุมถึงทุกคน ท่านเป็นเสมือนพ่อของพวกเขา และทุกคนมีความเท่าเทียมกันในเรื่องของสิทธิ ที่ชุมนุมของท่านเป็นที่ชุมนุมของความรู้ ความสุขุม ความละอาย ความไว้วางใจ และความอดทน ไม่มีการเสียงดัง ไม่มีการละเมิดสิ่งต้องห้าม และไม่มีการพูดถึงความผิดของผู้อื่น พวกเขามีความเท่าเทียมกัน แต่จะแตกต่างกันด้วยความยำเกรง พวกเขามีความถ่อมตน ให้เกียรติผู้อาวุโส เมตตาต่อผู้เยาว์ ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีความต้องการ และดูแลรักษาคนแปลกหน้า”