อัชชะมาอิลฯ

ฉันเคยถามคุณพ่อของฉัน (คือท่านอลี บินอบูฏอลิบ) เกี่ยวกับจริยวัตรของท่านนบีต่อผู้ที่นั่งร่วมกับท่าน

#350 เฎาะอีฟ
حَدَّثَنَا سُفْيَانُ بْنُ وَكِيعٍ قَالَ ‏:‏ حَدَّثَنَا جُمَيْعُ بْنُ عُمَرَ بْنِ عَبْدِ الرَّحْمَنِ الْعِجْلِيُّ قَالَ ‏:‏ أَنْبَأَنَا رَجُلٌ مِنْ بَنِي تَمِيمٍ مِنْ وَلَدِ أَبِي هَالَةَ زَوْجِ خَدِيجَةَ وَيُكْنَى أَبَا عَبْدِ اللهِ عَنِ ابْنٍ لأَبِي هَالَةَ عَنِ الْحَسَنِ بْنِ عَلِيٍّ قَالَ ‏:‏ قَالَ الْحُسَيْنُ ‏:‏ سَأَلْتُ أَبي عَنْ سِيرَةِ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فِي جُلَسَائِهِ، فَقَالَ ‏:‏ كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ دَائِمَ الْبِشْرِ، سَهْلَ الْخُلُقِ، لَيِّنَ الْجَانِبِ، لَيْسَ بِفَظٍّ وَلا غَلِيظٍ، وَلا صَخَّابٍ وَلا فَحَّاشٍ، وَلا عَيَّابٍ وَلا مُشَاحٍ، يَتَغَافَلُ عَمَّا لا يَشْتَهِي، وَلا يُؤْيِسُ مِنْهُ رَاجِيهِ وَلا يُخَيَّبُ فِيهِ،

قَدْ تَرَكَ نَفْسَهُ مِنْ ثَلاثٍ‏ :‏ الْمِرَاءِ، وَالإِكْثَارِ، وَمَا لا يَعْنِيهِ، وَتَرَكَ النَّاسَ مِنْ ثَلاثٍ ‏:‏ كَانَ لا يَذُمُّ أَحَدًا، وَلا يَعِيبُهُ، وَلا يَطْلُبُ عَوْرتَهُ، وَلا يَتَكَلَّمُ إِلا فِيمَا رَجَا ثَوَابَهُ، وَإِذَا تَكَلَّمَ أَطْرَقَ جُلَسَاؤُهُ كَأَنَّمَا عَلَى رُؤُوسِهِمُ الطَّيْرُ، فَإِذَا سَكَتَ تَكَلَّمُوا لا يَتَنَازَعُونَ عِنْدَهُ الْحَدِيثَ، وَمَنْ تَكَلَّمَ عِنْدَهُ أَنْصَتُوا لَهُ حَتَّى يَفْرُغَ، حَدِيثُهُمْ عِنْدَهُ حَدِيثُ أَوَّلِهِمْ، يَضْحَكُ مِمَّا يَضْحَكُونَ مِنْهُ، وَيَتَعَجَّبُ مِمَّا يَتَعَجَّبُونَ مِنْهُ، وَيَصْبِرُ لِلْغَرِيبِ عَلَى الْجَفْوَةِ فِي مَنْطِقِهِ وَمَسْأَلَتِهِ، حَتَّى إِنْ كَانَ أَصْحَابُهُ، وَيَقُولُ‏ {‏ إِذَا رَأَيْتُمْ طَالِبَ حَاجَةٍ يِطْلُبُهَا فَأَرْفِدُوهُ } وَلا يَقْبَلُ الثَّنَاءَ إِلا مِنْ مُكَافِئٍ وَلا يَقْطَعُ عَلَى أَحَدٍ حَدِيثَهُ حَتَّى يَجُوزَ فَيَقْطَعُهُ بِنَهْيٍ أَوْ قِيَامٍ‏

สุฟยาน บินวะกีอฺ ได้รายงานแก่พวกเราโดยกล่าวว่า ญุมัยอฺ บินอุมัร บินอับดุรเราะหฺมาน อัลอิจลีย์ ได้รายงานแก่พวกเราโดยกล่าวว่า ชายคนหนึ่งจากตระกูลตะมีม ซึ่งเป็นลูกคนหนึ่งของอบูฮาละฮฺ (อดีต) สามีของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ ซึ่งถูกเรียกว่า อบูอับดุลลอฮฺ รายงานจากอิบนุอบีฮาละฮฺ จากอัลหะสันกล่าวว่า อัลหุสัยนฺได้กล่าวว่า : ฉันเคยถามคุณพ่อของฉัน (คือท่านอลี บินอบูฏอลิบ) เกี่ยวกับจริยวัตรของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ต่อผู้ที่นั่งร่วมกับท่าน ท่านได้ตอบว่า : ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เป็นผู้ที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ มีอุปนิสัยที่เรียบง่าย อ่อนโยน ไม่หยาบคาย ไม่แข็งกระด้าง ไม่เสียงดัง ไม่หยาบช้า ไม่ชอบติเตียน และไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ท่านจะละเว้นจากสิ่งที่ท่านไม่ปรารถนา ไม่ทำให้ผู้ที่หวังในตัวท่านผิดหวัง และไม่ทำให้เขาสิ้นหวัง

ท่านได้ละทิ้ง 3 สิ่งต่อตัวท่านเองคือ : การโต้เถียง การพูดมากเกินไป และสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับท่าน และท่านได้ละทิ้ง 3 สิ่งต่อผู้คนคือ : ท่านไม่ตำหนิผู้ใด ไม่ติเตียนใคร และไม่เสาะหาความผิดพลาดของใคร ท่านจะไม่พูดนอกจากในสิ่งที่ท่านหวังในผลบุญ เมื่อท่านพูด บรรดาผู้ที่นั่งร่วมกับท่านจะก้มหน้านิ่งราวกับว่ามีนกเกาะอยู่บนศีรษะของพวกเขา และเมื่อท่านเงียบ พวกเขาจะพูดโดยไม่โต้เถียงกันต่อหน้าท่าน และเมื่อใครพูดต่อหน้าท่าน พวกเขาก็จะตั้งใจฟังจนกว่าเขาจะพูดจบ การสนทนาของพวกเขาต่อหน้าท่านเป็นเหมือนการสนทนาของคนแรก ท่านจะหัวเราะในสิ่งที่พวกเขาหัวเราะ และประหลาดใจในสิ่งที่พวกเขาประหลาดใจ ท่านอดทนต่อความหยาบกระด้างในการพูดและการถามของคนแปลกหน้า แม้ว่าบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านจะทนไม่ได้ และท่านกล่าวว่า “เมื่อพวกท่านเห็นผู้ที่มีความต้องการมาร้องขอ ก็จงช่วยเหลือเขา” และท่านจะไม่รับคำชมเว้นแต่จากผู้ที่ตอบแทนท่าน และท่านจะไม่ตัดบทสนทนาของใคร จนกว่าเขาจะพูดเกินขอบเขต ท่านก็จะหยุดเขาด้วยการห้ามปรามหรือการลุกขึ้นไป