และรายงานจากท่านอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ลูกชายคนหนึ่งของท่านอบูฏ็อลหะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ล้มป่วย ต่อมาท่านอบูฏ็อลหะฮฺได้ออกไป (ทำธุระ) และเด็กชายนั้นก็เสียชีวิต เมื่อท่านอบูฏ็อลหะฮฺกลับมา ท่านถามว่า “ลูกชายของฉันเป็นอย่างไรบ้าง?” ท่านอุมมุสุลัยมฺ ซึ่งเป็นแม่ของเด็กชายคนนั้นก็กล่าวว่า “เขาสงบกว่าที่เคยเป็น” แล้วเธอก็จัดอาหารค่ำให้กับท่านอบูฏ็อหะฮฺ ท่านก็กินอาหารค่ำ แล้วก็มีสัมพันธ์กับเธอ เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว เธอก็ได้กล่าวว่า “พาเด็กน้อยไปฝังเถิด” เมื่อท่านอบูฏ็อลหะฮฺตื่นขึ้นในตอนเช้า ท่านได้ไปหาท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ท่านทราบ ท่านนบีกล่าวว่า “พวกท่านได้มีสัมพันธ์กันเมื่อคืนนี้หรือ?” ท่านอบูฏ็อลหะฮฺตอบว่า “ใช่ครับ” ท่านจึงกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮฺ! โปรดประทานความจำเริญแก่เขาทั้งสองด้วยเถิด” ต่อมา ท่านอุมมุสุลัยมฺก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายอีกคน ท่านอบู ฏ็อลหะฮฺจึงกล่าวกับฉัน (อนัส) ว่า “อุ้มเขาไปให้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เถิด” พร้อมกับส่งอินทผลัมหลายผลมาพร้อมกัน ท่านนบีก็กล่าวว่า “นำอะไรมาด้วยไหม?” ฉันตอบว่า “มีครับ อินทผลัมหลายผลเลย” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก็รับไปและเคี้ยวมัน จากนั้นท่านก็นำมันออกจากปากของท่านแล้วใส่เข้าไปในปากของเด็กน้อย แล้วท่านก็ทำพิธีตะหฺนีก ให้เขาและตั้งชื่อเขาว่า “อับดุลลอฮฺ”
และในสำนวนหนึ่งของอัลบุคอรีย์ระบุว่า : อิบนุอุยัยนะฮฺกล่าวว่า : ชายคนหนึ่งจากชาวอันศอรฺ กล่าวว่า “ฉันเห็นลูกชาย 9 คนของเขาโดยที่ทุกคนอ่านอัลกุรอานได้” หมายถึง ลูก ๆ ของอับดุลลอฮฺที่เพิ่งเกิดนั้นเอง (เป็นผลมาจากคำดุอาอ์ของท่านนบี)
และในสำนวนหนึ่งของมุสลิมระบุว่า : ลูกชายของท่านอบูฏ็อลหะฮฺที่เกิดกับท่านอุมมุสุลัยมฺได้เสียชีวิตลง เธอจึงกล่าวกับคนในครอบครัวว่า “พวกท่านอย่าบอกอบูฏ็อลหะฮฺเรื่องลูกชายของเขานะ จนกว่าฉันจะเป็นคนบอกเขาเอง” เมื่อท่านอบูฏ็อลหะฮฺมาถึง เธอก็จัดอาหารค่ำให้ ท่านก็กินและดื่ม จากนั้นเธอก็แต่งกายให้สวยงามยิ่งกว่าที่เคยทำมา แล้วท่านก็มีสัมพันธ์กับเธอ เมื่อเธอเห็นว่าท่านอิ่มแล้วและมีสัมพันธ์กับเธอแล้ว เธอก็ได้กล่าวว่า “อบูฏ็อลหะฮฺ! ท่านคิดเห็นอย่างไรหากคนกลุ่มหนึ่งได้ให้ครอบครัวหนึ่งยืมสิ่งของไป แล้วพวกเขาก็ขอสิ่งของที่ให้ยืมนั้นคืน ครอบครัวนั้นมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการคืนไหม?” ท่านตอบว่า “ไม่มี” เธอจึงกล่าวว่า “ดังนั้น จงอดทนและมุ่งหวังผลบุญจาก (การสูญเสีย) ลูกชายของท่านเถิด” ท่านอบูฏ็อลหะฮฺจึงโกรธแล้วกล่าวว่า “เธอปล่อยฉันให้ฉันทำกิจธุระส่วนตัว แล้วจึงค่อยมาบอกเรื่องลูกชายของฉันอย่างนั้นรึ!’ แล้วท่านก็ได้ไปหาท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านทราบ ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม จึงกล่าวว่า “ขออัลลอฮฺทรงประทานความจำเริญแก่พวกท่านทั้งสองเถิด” ท่านอนัสกล่าวว่า : แล้วเธอก็ตั้งครรภ์ (อีกครั้ง) ท่านกล่าวต่อว่า : และขณะที่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กำลังเดินทางและเธอก็อยู่กับท่านด้วย ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม นั้นเมื่อเดินทางกลับจากที่ใด ท่านจะไม่เข้าไปในมะดีนะฮฺในช่วงกลางคืน และเมื่อพวกท่านเข้าใกล้มะดีนะฮฺ เธอ (อุมมุสุลัยมฺ) ก็เริ่มเจ็บท้องคลอด ท่านอบูฏ็อลหะฮฺจึงหยุดอยู่กับเธอ ส่วนท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม นั้นเดินทางต่อไป ท่านอนัสกล่าวว่า : ท่านอบูฏ็อลหะฮฺกล่าวว่า “โอ้พระผู้อภิบาลของบ่าว! แท้จริงพระองค์ทรงรู้ว่า บ่าวดีใจที่จะได้ออกเดินทางไปพร้อมกับท่านเราะสูลุลลอฮฺเมื่อท่านออกเดินทาง และเข้าเมืองไปพร้อมกับท่านเมื่อท่านเข้าเมือง แต่ตอนนี้บ่าวต้องหยุดอยู่เพราะสิ่งที่พระองค์ก็เห็น” ท่านอุมมุสุลัยมฺจึงกล่าวว่า “อบูฏ็อลหะฮฺ! ฉันไม่รู้สึกเหมือนที่รู้สึกก่อนหน้านี้แล้ว ท่านเดินทางต่อเถิด” เราจึงเดินทางต่อไป และเมื่อมาถึง (มะดีนะฮฺ) เธอก็เจ็บท้องคลอด แล้วเธอก็ให้กำเนิดลูกชายคนหนึ่ง แม่ของฉัน (อุมมุสุลัยมฺ) จึงกล่าวกับฉันว่า “อนัส! อย่าให้ใครให้นมน้องจนกว่าลูกจะไปหาท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก่อนในตอนเช้า” เมื่อถึงรุ่งเช้า ฉันก็อุ้มเขาไปหาท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และท่านอนัสก็ได้เล่าเรื่องราวที่เหลือจนจบ