อับดุลลอฮฺ บินมุฮัมหมัด ได้รายงานแก่พวกเราว่า อบูอาศิม อันนะบีล ได้รายงานแก่พวกเราว่า สะอฺดาน บินบิชรฺ ได้บอกเล่าแก่พวกเราว่า อบูมุญาฮิดได้บอกเล่าแก่พวกเราว่า มุหิลลุ บินคอลีฟะฮฺ อัฏฏออีย์ ได้รายงานแก่พวกเราโดยกล่าวว่า ฉันเคยฟังท่านอะดีย์ บินฮาติม เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า : ฉันเคยอยู่กับท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม แล้วมีชาย 2 คนมาหาท่าน คนหนึ่งร้องเรียนเรื่องความยากจน ส่วนอีกคนร้องเรียนเรื่องการตัดทางสัญจร (หมายถึง โจรปล้นสะดม) ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “สำหรับเรื่องการตัดทางสัญจร (โจรปล้นสะดม) นั้น จะไม่เกิดขึ้นกับท่านอีกในเวลาไม่นานนี้ กระทั่งกองคาราวานจะเดินทางไปยังมักกะฮฺโดยไม่ต้องมีผู้คุ้มกัน ส่วนเรื่องความยากจนนั้น แท้จริงแล้ววันกิยามะฮฺจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจะเดินวนเวียนพร้อมกับทานของเขา แล้วเขาไม่พบใครเลยที่จะรับมันไป จากนั้นคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจะยืนอยู่เบื้องหน้าอัลลอฮฺ โดยไม่มีม่านกั้นระหว่างเขากับพระองค์ และไม่มีล่ามแปลให้เขาฟังด้วย แล้วพระองค์จะตรัสถามเขาว่า ‘เราไม่ได้ให้ทรัพย์สินแก่เจ้าหรือ?’ เขาก็จะตอบว่า ‘ให้ครับ’ แล้วพระองค์ก็จะตรัสถามอีกว่า ‘เราไม่ได้ส่งเราะสูลมายังเจ้าหรือ?’ เขาก็ตอบว่า ‘ส่งมาครับ’ แล้วเขาก็มองไปทางขวามือของเขา ซึ่งเขาจะไม่เห็นสิ่งใดนอกจากไฟนรก จากนั้นเขาก็จะมองไปทางซ้ายมือของเขา ซึ่งเขาก็ไม่เห็นสิ่งใดนอกจากไฟนรกเช่นกัน ดังนั้น คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจงเกรงกลัวไฟนรกเถิด แม้ (ด้วยการบริจาค) เพียงครึ่งเม็ดอินทผลัมก็ตาม และหากเขาไม่พบ (สิ่งที่จะบริจาค) ก็จงพูดด้วยคำพูดที่ดี”
อัลบุคอรีย์
เราไม่ได้ให้ทรัพย์สินแก่เจ้าหรือ?
#1413
เศาะฮีหฺ
حَدَّثَنَا عَبْدُ اللَّهِ بْنُ مُحَمَّدٍ حَدَّثَنَا أَبُو عَاصِمٍ النَّبِيلُ أَخْبَرَنَا سَعْدَانُ بْنُ بِشْرٍ حَدَّثَنَا أَبُو مُجَاهِدٍ حَدَّثَنَا مُحِلُّ بْنُ خَلِيفَةَ الطَّائِيُّ قَالَ : سَمِعْتُ عَدِيَّ بْنَ حَاتِمٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ يَقُولُ : كُنْتُ عِنْدَ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَجَاءَهُ رَجُلَانِ أَحَدُهُمَا يَشْكُو الْعَيْلَةَ، وَالْآخَرُ يَشْكُو قَطْعَ السَّبِيلِ، فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ { أَمَّا قَطْعُ السَّبِيلِ فَإِنَّهُ لَا يَأْتِي عَلَيْكَ إِلَّا قَلِيلٌ حَتَّى تَخْرُجَ الْعِيرُ إِلَى مَكَّةَ بِغَيْرِ خَفِيرٍ، وَأَمَّا الْعَيْلَةُ فَإِنَّ السَّاعَةَ لَا تَقُومُ حَتَّى يَطُوفَ أَحَدُكُمْ بِصَدَقَتِهِ لَا يَجِدُ مَنْ يَقْبَلُهَا مِنْهُ، ثُمَّ لَيَقِفَنَّ أَحَدُكُمْ بَيْنَ يَدَىِ اللَّهِ لَيْسَ بَيْنَهُ وَبَيْنَهُ حِجَابٌ وَلَا تُرْجُمَانٌ يُتَرْجِمُ لَهُ، ثُمَّ لَيَقُولَنَّ لَهُ : أَلَمْ أُوتِكَ مَالًا؟، فَلَيَقُولَنَّ : بَلَى، ثُمَّ لَيَقُولَنَّ : أَلَمْ أُرْسِلْ إِلَيْكَ رَسُولًا؟، فَلَيَقُولَنَّ : بَلَى، فَيَنْظُرُ عَنْ يَمِينِهِ فَلَا يَرَى إِلَّا النَّارَ، ثُمَّ يَنْظُرُ عَنْ شِمَالِهِ فَلَا يَرَى إِلَّا النَّارَ، فَلْيَتَّقِيَنَّ أَحَدُكُمُ النَّارَ وَلَوْ بِشِقِّ تَمْرَةٍ، فَإِنْ لَمْ يَجِدْ فَبِكَلِمَةٍ طَيِّبَةٍ }