มุอ๊าซ บินฟะฎอละฮฺ ได้รายงานแก่พวกเราว่า ฮิชามได้รายงานแก่พวกเรา จากยะหฺยา จากฮิลาล บินอบูมัยมูนะฮฺ ว่า อะฏออ์ บินยะสาร ได้รายงานแก่พวกเราว่า เขาเคยฟังท่านอบูสะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้นั่งบนมิมบัรฺในวันหนึ่ง และพวกเราก็นั่งอยู่รอบตัวท่าน แล้วท่านก็กล่าวว่า “แท้จริงสิ่งที่ฉันกลัวว่าจะเกิดกับพวกท่านหลังจากฉันจากไป คือสิ่งที่จะถูกเปิดให้แก่พวกท่าน จากดอกไม้ (ความสวยงาม) ของโลกดุนยาและความเพริศแพร้วของมัน” ชายคนหนึ่งจึงกล่าวว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺครับ! ความดีงามจะนำความชั่วมาด้วยหรือครับ?” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม นิ่งเงียบ ผู้คนจึงกล่าวแก่ชายคนนั้นว่า “ท่านทำอะไรไป ท่านพูดกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม แล้วท่านไม่พูดตอบกับท่าน?” แล้วพวกเราก็เห็นว่า (วะหฺยู) ถูกประทานลงมาแก่ท่าน ท่าน (อบูสะอีด) ได้กล่าว : ท่านนบีได้เช็ดเหงื่อออก แล้วถามว่า “ชายที่ถามอยู่ไหนแล้ว?” และราวกับว่าท่านชื่นชมเขา แล้วท่านก็กล่าวว่า “แท้จริงความดีจะไม่นำความชั่วมา และแท้จริงแล้วสิ่งที่ฤดูใบไม้ผลิทำให้งอกเงยออกมานั้น มันจะคร่าหรือเกือบจะคร่านอกจากสัตว์ที่กินพืชสีเขียว (อย่างเหมาะสม) มันจะกินจนกระทั่งสีข้างของมันขยายออก แล้วมันก็จะหันหน้าไปทางดวงอาทิตย์ แล้วถ่ายมูล ปัสสาวะ และเล็มหญ้าต่อไป และแท้จริงแล้วทรัพย์สินนี้คือสิ่งที่เขียวสดและหอมหวาน ดังนั้น มันคือเพื่อนที่ดีของมุสลิมที่เขาได้มอบส่วนหนึ่งของมันให้แก่คนขัดสน, เด็กกำพร้า และนักเดินทาง (หรือตามที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้) และแท้จริงแล้วใครที่เอาทรัพย์สินนี้ไปโดยไม่ชอบธรรม เขาก็เหมือนกับคนที่กินแต่ไม่อิ่ม และมันจะเป็นพยานที่ปรักปรำเขาในวันกิยามะฮฺ”
อัลบุคอรีย์
เขาได้มอบส่วนหนึ่งของมันให้แก่คนขัดสน, เด็กกำพร้า และนักเดินทาง
#1465
เศาะฮีหฺ
حَدَّثَنَا مُعَاذُ بْنُ فَضَالَةَ، حَدَّثَنَا هِشَامٌ، عَنْ يَحْيَى، عَنْ هِلَالِ بْنِ أَبِي مَيْمُونَةَ، حَدَّثَنَا عَطَاءُ بْنُ يَسَارٍ : أَنَّهُ سَمِعَ أَبَا سَعِيدٍ الْخُدْرِيَّ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ يُحَدِّثُ : أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ جَلَسَ ذَاتَ يَوْمٍ عَلَى الْمِنْبَرِ وَجَلَسْنَا حَوْلَهُ فَقَالَ { إِنِّي مِمَّا أَخَافُ عَلَيْكُمْ مِنْ بَعْدِي مَا يُفْتَحُ عَلَيْكُمْ مِنْ زَهْرَةِ الدُّنْيَا وَزِينَتِهَا } فَقَالَ رَجُلٌ : يَا رَسُولَ اللَّهِ، أَوَيَأْتِي الْخَيْرُ بِالشَّرِّ؟، فَسَكَتَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقِيلَ لَهُ : مَا شَأْنُكَ تُكَلِّمُ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَلَا يُكَلِّمُكَ؟، فَرَأَيْنَا أَنَّهُ يُنْزَلُ عَلَيْهِ. قَالَ : فَمَسَحَ عَنْهُ الرُّحَضَاءَ فَقَالَ { أَيْنَ السَّائِلُ؟ } وَكَأَنَّهُ حَمِدَهُ، فَقَالَ { إِنَّهُ لَا يَأْتِي الْخَيْرُ بِالشَّرِّ، وَإِنَّ مِمَّا يُنْبِتُ الرَّبِيعُ يَقْتُلُ أَوْ يُلِمُّ إِلَّا آكِلَةَ الْخَضْرَاءِ، أَكَلَتْ حَتَّىٰ إِذَا امْتَدَّتْ خَاصِرَتَاهَا اسْتَقْبَلَتْ عَيْنَ الشَّمْسِ، فَثَلَطَتْ وَبَالَتْ وَرَتَعَتْ، وَإِنَّ هَذَا الْمَالَ خَضِرَةٌ حُلْوَةٌ، فَنِعْمَ صَاحِبُ الْمُسْلِمِ مَا أَعْطَى مِنْهُ الْمِسْكِينَ وَالْيَتِيمَ وَابْنَ السَّبِيلِ - أَوْ كَمَا قَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ - وَإِنَّهُ مَنْ يَأْخُذُهُ بِغَيْرِ حَقِّهِ كَالَّذِي يَأْكُلُ وَلَا يَشْبَعُ ، وَيَكُونُ شَهِيدًا عَلَيْهِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ }