อิบนุอบูมัรยัมได้รายงานแก่พวกเราว่า มุฮัมหมัด บินญะอฺฟัร ได้บอกเล่าแก่พวกเราโดยกล่าวว่า ซัยดฺได้บอกเล่าแก่ฉัน จากอิยาฎ บินอับดุลลอฮฺ จากท่านอบูสะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า : ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ออกไปยังสถานที่ละหมาดในวันอีดอัฎฮาหรืออีดฟิฏรฺ แล้วท่านก็หันกลับมาและตักเตือนแก่ผู้คน และสั่งใช้ให้พวกเขาบริจาค ท่านกล่าวได้กล่าว “โอ้ผู้คนทั้งหลาย! พวกท่านจงบริจาคเถิด” แล้วท่านได้เดินผ่านพวกผู้หญิงแล้วกล่าวว่า “โอ้สตรีทั้งหลาย! พวกเธอจงบริจาคเถิด เพราะแท้จริงแล้วฉันได้เห็นพวกเธอเป็นคนส่วนใหญ่ในนรก” พวกเธอจึงกล่าวว่า “เพราะเหตุใดหรือคะ ท่านเราะสูลุลลอฮฺ?” ท่านกล่าวว่า “พวกเธอสาปแช่งกันมาก และพวกเธอชอบเนรคุณสามี ฉันไม่เคยเห็นใครที่บกพร่องทางสติปัญญาและศาสนาสามารถทำให้สติปัญญาของชายผู้มีเหตุผลหายไปได้เท่ากับคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเธอ โอ้สตรีทั้งหลาย!” หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อท่านกลับมาถึงบ้านของท่าน ท่านซัยนับ ภรรยาของท่านอิบนุมัสอูดก็ได้ขออนุญาตเข้าพบท่าน มีผู้กล่าวว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺครับ! นี่คือซัยนับครับ” ท่านถามว่า “ซัยนับคนไหนหรือ?” มีผู้ตอบว่า “ภรรยาของท่านอิบนุมัสอูดครับ” ท่านกล่าวว่า “ใช่แล้ว อนุญาตให้เธอเข้ามาได้” เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าพบ ท่านซัยนับได้กล่าวว่า “ท่านนบีของอัลลอฮฺคะ! แท้จริงวันนี้ท่านได้สั่งใช้ให้บริจาค และฉันมีเครื่องประดับ ฉันต้องการที่จะบริจาคมัน แต่อิบนุมัสอูดอ้างว่า เขาและลูกของเขาคือผู้ที่มีสิทธิได้รับทานบริจาคจากฉันมากที่สุดแล้ว” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม จึงกล่าวว่า “อิบนุมัสอูดพูดถูกต้องแล้ว สามีและลูกของเธอคือผู้ที่มีสิทธิได้รับทานบริเจาคจากเธอมากที่สุดแล้ว”
อัลบุคอรีย์
สามีและลูกของเธอคือผู้ที่มีสิทธิได้รับทานบริเจาคจากเธอมากที่สุดแล้ว
#1462
เศาะฮีหฺ
حَدَّثَنَا ابْنُ أَبِي مَرْيَمَ، أَخْبَرَنَا مُحَمَّدُ بْنُ جَعْفَرٍ قَالَ : أَخْبَرَنِي زَيْدٌ، عَنْ عِيَاضِ بْنِ عَبْدِ اللَّهِ، عَنْ أَبِي سَعِيدٍ الْخُدْرِيِّ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ : خَرَجَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فِي أَضْحًى أَوْ فِطْرٍ إِلَى الْمُصَلَّى، ثُمَّ انْصَرَفَ فَوَعَظَ النَّاسَ وَأَمَرَهُمْ بِالصَّدَقَةِ فَقَالَ { أَيُّهَا النَّاسُ تَصَدَّقُوا } فَمَرَّ عَلَى النِّسَاءِ فَقَالَ { يَا مَعْشَرَ النِّسَاءِ تَصَدَّقْنَ، فَإِنِّي رَأَيْتُكُنَّ أَكْثَرَ أَهْلِ النَّارِ } فَقُلْنَ : وَبِمَ ذَلِكَ يَا رَسُولَ اللَّهِ؟، قَالَ { تُكْثِرْنَ اللَّعْنَ وَتَكْفُرْنَ الْعَشِيرَ، مَا رَأَيْتُ مِنْ نَاقِصَاتِ عَقْلٍ وَدِينٍ أَذْهَبَ لِلُبِّ الرَّجُلِ الْحَازِمِ مِنْ إِحْدَاكُنَّ يَا مَعْشَرَ النِّسَاءِ } ثُمَّ انْصَرَفَ فَلَمَّا صَارَ إِلَى مَنْزِلِهِ جَاءَتْ زَيْنَبُ امْرَأَةُ ابْنِ مَسْعُودٍ تَسْتَأْذِنُ عَلَيْهِ فَقِيلَ : يَا رَسُولَ اللَّهِ هَذِهِ زَيْنَبُ، فَقَالَ { أَىُّ الزَّيَانِبِ؟ } فَقِيلَ : امْرَأَةُ ابْنِ مَسْعُودٍ، قَالَ { نَعَمِ ائْذَنُوا لَهَا }، فَأُذِنَ لَهَا قَالَتْ : يَا نَبِيَّ اللَّهِ، إِنَّكَ أَمَرْتَ الْيَوْمَ بِالصَّدَقَةِ، وَكَانَ عِنْدِي حُلِيٌّ لِي، فَأَرَدْتُ أَنْ أَتَصَدَّقَ بِهِ، فَزَعَمَ ابْنُ مَسْعُودٍ أَنَّهُ وَوَلَدَهُ أَحَقُّ مَنْ تَصَدَّقْتُ بِهِ عَلَيْهِمْ، فَقَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ { صَدَقَ ابْنُ مَسْعُودٍ، زَوْجُكِ وَوَلَدُكِ أَحَقُّ مَنْ تَصَدَّقْتِ بِهِ عَلَيْهِمْ }