อบุลยะมานได้รายงานแก่พวกเราโดยกล่าวว่า ชุอัยบฺได้บอกเล่าแก่พวกเรา จากอัซซุฮฺรีย์กล่าวว่า สาลิมได้บอกเล่าแก่ฉัน จากท่านอับดุลลอฮฺ บินอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า “ฉันเคยเห็นท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เมื่อท่านเร่งรีบในการเดินทาง ท่านจะละหมาดมัฆริบล่าช้า กระทั่งท่านรวมมันกับการละหมาดอิชาอ์”
สาลิมกล่าวว่า : และท่านอับดุลลอฮฺเคยทำแบบนั้นเมื่อท่านรีบเร่งในการเดินทาง และอัลลัยษฺได้เพิ่มเติมโดยกล่าวว่า : ยูนุสได้รายงานแก่ฉัน จากอิบนุชิฮาบว่า สาลิมได้กล่าวว่า : ท่านอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เคยรวมระหว่างมัฆริบและอิชาอ์ที่มุซดะลิฟะฮฺ สาลิมกล่าวว่า : ท่านอิบนุอุมัรล่าช้าการละหมาดมัฆริบออกไป เนื่องจากท่านต้องการช่วยเหลือภรรยาของท่าน (ที่กำลังป่วย) คือเศาะฟิยยะฮฺ บินติอบูอุบัยดฺ ฉันได้กล่าวกับท่านว่า “ละหมาดกันเถิด” ท่านตอบว่า “เดินทางต่อไป” ฉันกล่าวอีกครั้งว่า “ละหมาดกันเถิดครับ” ท่านก็ตอบว่า “เดินทางต่อไป” กระทั่งท่านเดินทางได้ 2 หรือ 3 ไมล์ ท่านก็ลงมา (จากสัตว์พาหนะ) แล้วก็ละหมาด หลังจากนั้นท่านก็กล่าวว่า “เช่นนี้แหละที่ฉันเคยเห็นท่านนบี ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ละหมาด เมื่อท่านรีบเร่งในการเดินทาง” และท่านอับดุลลอฮฺ (บินอุมัร) ยังกล่าวอีกว่า “ฉันเคยเห็นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เมื่อท่านรีบเร่งในการเดินทาง ท่านจะละหมาดมัฆริบล่าช้า โดยท่านละหมาดมัฆริบ 3 ร็อกอะฮฺแล้วให้สลาม จากนั้นท่านสงบนิ่งครู่หนึ่ง กระทั่งท่านลุกขึ้นละหมาดอิชาอ์ โดยท่านจะละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ แล้วก็ให้สลาม และท่านมิได้ทำการตัสบีหฺ (คือละหมาดสุนนะฮฺ) หลังละหมาดอิชาอ์ กระทั่งท่านลุกขึ้นในช่วงท้ายของกลางคืน (เพื่อละหมาดกลางคืน)