อัลบุคอรีย์

จงแจ้งแก่บรรดาผู้ที่กักตุนทรัพย์สินว่าพวกเขาจะได้รับก้อนหินที่ถูกเผาในไฟนรกญะฮันนัม

#1407-1408 เศาะฮีหฺ
حَدَّثَنَا عَيَّاشٌ حَدَّثَنَا عَبْدُ الْأَعْلَى حَدَّثَنَا الْجُرَيْرِيُّ عَنْ أَبِي الْعَلَاءِ عَنِ الْأَحْنَفِ بْنِ قَيْسٍ قَالَ : جَلَسْتُ، وَحَدَّثَنِي إِسْحَاقُ بْنُ مَنْصُورٍ أَخْبَرَنَا عَبْدُ الصَّمَدِ قَالَ : حَدَّثَنِي أَبِي حَدَّثَنَا الْجُرَيْرِيُّ حَدَّثَنَا أَبُو الْعَلَاءِ بْنُ الشِّخِّيرِ أَنَّ الْأَحْنَفَ بْنَ قَيْسٍ حَدَّثَهُمْ قَالَ : جَلَسْتُ إِلَى مَلَإٍ مِنْ قُرَيْشٍ، فَجَاءَ رَجُلٌ خَشِنُ الشَّعَرِ وَالثِّيَابِ وَالْهَيْئَةِ حَتَّى قَامَ عَلَيْهِمْ فَسَلَّمَ، ثُمَّ قَالَ : بَشِّرِ الْكَانِزِينَ بِرَضْفٍ يُحْمَى عَلَيْهِ فِي نَارِ جَهَنَّمَ، ثُمَّ يُوضَعُ عَلَى حَلَمَةِ ثَدْيِ أَحَدِهِمْ حَتَّى يَخْرُجَ مِنْ نُغْضِ كَتِفِهِ، وَيُوضَعُ عَلَى نُغْضِ كَتِفِهِ حَتَّى يَخْرُجَ مِنْ حَلَمَةِ ثَدْيِهِ يَتَزَلْزَلُ، ثُمَّ وَلَّى فَجَلَسَ إِلَى سَارِيَةٍ، وَتَبِعْتُهُ وَجَلَسْتُ إِلَيْهِ، وَأَنَا لَا أَدْرِي مَنْ هُوَ، فَقُلْتُ لَهُ : لَا أُرَى الْقَوْمَ إِلَّا قَدْ كَرِهُوا الَّذِي قُلْتَ، قَالَ : إِنَّهُمْ لَا يَعْقِلُونَ شَيْئًا، قَالَ لِي خَلِيلِي، قَالَ : قُلْتُ : مَنْ خَلِيلُكَ؟، قَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ { يَا أَبَا ذَرٍّ أَتُبْصِرُ أُحُدًا؟ } قَالَ : فَنَظَرْتُ إِلَى الشَّمْسِ مَا بَقِيَ مِنَ النَّهَارِ وَأَنَا أُرَى أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُرْسِلُنِي فِي حَاجَةٍ لَهُ، قُلْتُ : نَعَمْ، قَالَ { مَا أُحِبُّ أَنَّ لِي مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا أُنْفِقُهُ كُلَّهُ إِلَّا ثَلَاثَةَ دَنَانِيرَ } وَإِنَّ هَؤُلَاءِ لَا يَعْقِلُونَ، إِنَّمَا يَجْمَعُونَ الدُّنْيَا، لَا وَاللَّهِ لَا أَسْأَلُهُمْ دُنْيَا، وَلَا أَسْتَفْتِيهِمْ عَنْ دِينٍ حَتَّى أَلْقَى اللَّهَ

อัยยาชได้รายงานแก่พวกเราว่า อับดุลอะอฺลาได้รายงานแก่พวกเราว่า อัลญุร็อยรีย์ได้รายงานแก่พวกเรา จากอบุลอะลาอ์ จากอัลอะหฺนัฟ บินก็อยสฺ กล่าวว่า : ฉันได้นั่งอยู่, และอิสหาก บินมันศูร ได้บอกเล่าแก่ฉันว่า อับดุศเศาะมัดได้บอกเล่าแก่พวกเราว่า พ่อของฉันได้บอกเล่าแก่ฉันว่า อัลญุร็อยรีย์ได้รายงานแก่พวกเราว่า อบุลอะลาอ์ บินอัชชิคคีร ได้รายงานแก่พวกเขาว่า อัลอะหฺนัฟ บินก็อยสฺ ได้บอกเล่าแก่พวกเขาโดยกล่าวว่า : ฉันได้นั่งอยู่กับกลุ่มคนจากชาวกุร็อยชฺ แล้วมีชายคนหนึ่งที่ผมกระเซิง เสื้อผ้าและรูปร่างหยาบกร้าน เดินเข้ามา จนกระทั่งเขายืนอยู่ต่อหน้าพวกเขา แล้วกล่าวสลาม จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “จงแจ้งแก่บรรดาผู้ที่กักตุนทรัพย์สินว่าพวกเขาจะได้รับก้อนหินที่ถูกเผาในไฟนรกญะฮันนัม แล้วมันจะถูกวางบนหัวนมของคนหนึ่งในหมู่พวกเขา จนกระทั่งมันทะลุออกมาจากกระดูกสะบักไหล่ของเขา และมันจะถูกวางบนกระดูกสะบักไหล่ของเขา จนกระทั่งมันทะลุออกมาจากหัวนมของเขา มันจะสั่นเทาอยู่เช่นนั้น” แล้วชายคนนั้นก็หันหลังกลับไปนั่งพิงเสาต้นหนึ่ง ฉันก็เดินตามไปนั่งใกล้ ๆ เขา โดยที่ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร (ชายคนนี้คือ ท่านอบูซัรรฺ อัลฆิฟารีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ) แล้วฉันก็กล่าวกับเขาว่า “ฉันเห็นว่าผู้คนไม่ชอบสิ่งที่ท่านพูดเลย” เขากล่าวว่า “แท้จริงพวกเขาไม่เข้าใจอะไรเลย (นั่นคือสิ่งที่) สหายที่รักของฉันบอกฉันมา” อัลอะหฺนัฟกล่าวว่า : ฉันถามว่า “ใครคือสหายที่รักของท่านหรือ?” เขาตอบว่า “ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า ‘โอ้ อบูซัรรฺ ท่านมองเห็นภูเขาอุฮุดไหม?'” ชายคนนั้นกล่าวว่า “ฉันได้มองไปที่ดวงอาทิตย์ว่าเหลือเวลากลางวันอีกเท่าไร และฉันคิดว่าท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม จะส่งฉันไปทำธุระให้แก่ท่าน ฉันตอบว่า ‘ครับ’ ท่านกล่าวว่า ‘ฉันไม่ได้ชอบที่จะมีทองคำเท่าภูเขาอุฮุดที่ฉันจะใช้จ่ายมันทั้งหมด ยกเว้น 3 ดีนาร’ และแท้จริงคนเหล่านี้ไม่เข้าใจอะไรเลย พวกเขามัวแต่สะสม (ผลประโยชน์ของ) โลกดุนยานี้ ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ฉันจะไม่ขอโลกดุนยาจากพวกเขา และฉันจะไม่ขอคำวินิจฉัยด้านศาสนาจากพวกเขาด้วย จนกว่าฉันจะได้พบกับอัลลอฮฺ”